(รู้สึกว่าบล็อคนี้จับฉ่ายขึ้นทุกทีแล้ว.....)

เอาล่ะ วันนี้GaleจะมาReviewหนัง(ผี)ที่เพิ่งได้ดูไปเมื่อไม่นานมานี้  แต่น แต๊นนนน

 The Orphanage นั่นเอง~!!!!  และมันก็มีชื่อไทยที่เหียกมากๆ นั่นคือ "สถานรับเลี้ยงผี"

............ไม่เข้าใจว่าถ้าหนังผีที่ฉายเมืองไทยมันไม่มีคำว่า"ผี"อยู่ในชื่อเรื่องแล้วจะเป็นอะไรมากมั้ย?

ไม่พูดมากละ เรามาดูโปสเตอร์หนังเรื่องนี้กันดีกว่า

 

 (จะเห็นว่ามันได้รางวัลด้วย.............ซึ่งสำหรับเราแล้วมันก็เป็นหนังที่ ยอดเยี่ยมจริงๆนั่นแหละ ถึงจะฟังไม่รู้เรื่องเพราะมันเป็นภาษาสเปนก็เหอะ..... )

ข้อมูลทั่วไป

สัญชาติ : สเปน

แนว : Drama / Horror
ความยาว : 105 นาที 
นำแสดง : เบเลน รูด้า, เจอรัลดีน  แชปลิน, เฟอร์นานโด้ คาโย่,โรเจอร์ พรินเซ็ป
กำกับ : ฮวน อันโตนิโอ บาโยน่า (JUAN ANTONIO BAYONA)
บทภาพยนตร์ :   เซอร์จิโอ้  จี. ซานเชซ

Trailer - http://www.youtube.com/watch?v=trL-n4PzcIk 

ปัจจุบัน ออกมาเป็นDVDแล้วนะคะ โดยบริษัทเจ-บิ๊คส์

 

เนื้อเรื่องย่อ

ลอร่าใช้ชีวิตวัยเด็กอย่างมีความสุขที่บ้านเด็กกำพร้าริมทะเล  โดยมีพี่เลี้ยงและเจ้าหน้าที่ที่บ้านเด็กกำพร้าดูแลอย่างดี  และเธอก็รักทุกคนในบ้านเด็กกำพร้าเหมือนพี่เหมือนน้อง

          30 ปีต่อมา เธอกลับไปที่บ้านเด็กกำพร้าอีกครั้งพร้อมสามี คาร์ลอส และลูกชายวัย 7 ขวบ ซิมอน  เธอฝันว่าจะบูรณะฟื้นฟูบ้านเด็กกำพร้าที่เธอเคยเติบโตมาอีกครั้งและเปลี่ยนให้เป็นบ้านเลี้ยงเด็กพิการแทน  หลังจากที่ถูกปิดทิ้งร้างอยู่นาน  บ้านใหม่และสภาพแวดล้อมที่ดูลึกลับได้ปลุกจินตนาการของ ซิมอน ขึ้นมา  เด็กน้อยเริ่มแต่งและเล่าเรื่องราวในจิตนาการและเล่นเกมที่ไม่ใช่เกมใสซื่อของเด็กอีกต่อไป...

          ทว่าเรื่องที่เขาแต่งนี้เริ่มทำให้ลอร่าไม่สบายใจ  มันดึงเธอเข้าสู่โลกประหลาดของเด็กที่ทำให้ความทรงจำในวัยเด็กที่ไม่สบายใจของเธอซึ่งเธอลืมไปนานแล้วกลับมาหลอกหลอนเธออีกครั้ง

          ยิ่งใกล้วันเปิดบ้านเด็กกำพร้าเท่าไหร่  ความตึงเครียดก็ก่อตัวขึ้นในครอบครัวนี้มากขึ้นเท่านั้น  คาร์ลอส แอบสงสัยว่า ซิมอน จะกุเรื่องขึ้นเพื่อเรียกร้องความสนใจ  แต่ ลอร่า กลับค่อยๆ เชื่อว่ามีบางอย่างที่น่ากลัวแอบซ่อนอยู่ในบ้านร้างแห่งนี้  บางอย่างที่รอการปรากฎตัวเพื่อทำลายครอบครัวของเธอ

ที่มา -  http://hilight.kapook.com/view/31559

 

ความเห็นส่วนตัว : - (บทพูดบางบทอาจจะไม่ตรงต้องขอโทษด้วยค่ะ เพราะเราเช่าแผ่นมาดูได้แค่รอบเดียวง่ะ)

.......ผีน่ารักอะ (ไม่ใช่ละ) 

อืม.......สำหรับเราแล้วหนังเรื่องนี้เป็นหนังผีที่ มีเนื้อเรื่องดี-ดีมาก-ดีมากที่สุด มีปมปริศนาชวนให้ขบคิดเยอะดี

แล้วมันก็ไม่หลอนอย่างที่คิด (คือตอนดูต้นๆ-กลางๆเรื่องก็หลอนโอเคเลย แต่พอตอนจบ มันกลายเป็นหนังที่ทำให้รู้สึกอบอุ่นยังไงไม่รู้แฮะ)

 

คะแนนที่ให้

9.5/10  ตัดคะแนนเพราะเสียงพูดเบามาก- -*

 

Warning : บทความต่อไปนี้เป็นการสปอยล์อย่างยื่ง จึงทำตัวหนังสือสีอ่อนๆไว้ ใครไม่กลัวเสียอรรถรสในการรับชมก็เชิญถมดำอ่านได้เลย

 

 

 

 

 

 

Plot (สรุปเรื่องทั้งเรื่อง หรือก็คือสปอยล์100%นั่นแหละ)

อันนี้เราแปลมาจากwikipediaฉบับภาษาอังกฤษ และดัดแปลงให้มันอ่านรู้เรื่องกว่าเดิมเล็กน้อย (แต่มันก็ยังไม่ค่อยจะรู้เรื่องอยู่ดีอะนะ)

 

ฉากของเรื่องอยู่ที่ประเทศสเปน  ที่Laura (Belén Rueda) และCarlos (Fernando Cayo)สามีของเธอ
พร้อมกับลูกบุญธรรมของทั้งคู่ Simón (Roger Princep) กลับไปยังสถานรับเลี้ยงเด็กเก่าแก่ผุพังที่เธอเคยเติบโตขึ้นมา
เธอมีแผนที่จะเปิดสถานเลี้ยงเด็กนี้อีกครั้งเพื่อช่วยเหลือเด็กพิการ

วันหนึ่งLauraพาSimónไปเที่ยวเล่นที่ถ้ำมืด บนชายหาด
และที่นั่นเอง ที่Simón บอกว่าเจอเด็กผู้ชายคนหนึ่งชื่อTomás
 แล้วSimónก็วาดรูปเด็กๆ6คนขึ้นมาซึ่งSimónบอกว่าเป็นเพื่อนกับเขา ซึ่งหนึ่งในนั้นมีเด็กสวมหน้ากากกระสอบรวมอยู่ด้วย

วันหนึ่งมีนักสังคมสงเคราะห์ชื่อBenigna Escobeda (Montserrat Carulla) มาหา และบอกกับLauraว่าเธอมีเอกสารเกี่ยวกับการรับอุปถัมภ์Simón
ซึ่งรวมไปถึงเรื่องที่Simónนั้นเอ็นHIV-Positive(หรือก็คือเป็นเอดส์นั่นแหละมั้ง?) ซึ่งการมาของBenignaทำให้Lauraโกรธมาก และขับไล่เธอออกไป
ในคืนนั้นเอง Lauraก็พบว่าBenignaนั้นมาแอบขุดคุ้ยห้องเก็บของในสวนของเธอ แต่ก็หนีไปได้ก่อนที่จะเผชิญหน้ากัน

หลังจากนั้นSimónก็สอนเธอเล่นเกมScavenger Hunt(คิดว่าเหมือนกับเกมเล่นซ่อนของ ของบ้านเราค่ะ)
ที่Tomásสอนเขาเล่น

เกมนี้เเล่นโดยการเอาของ(หลายๆอย่าง)ของคนๆหนึ่งไปซ่อน และผู้เล่นที่หาของได้ครบก่อนจะเป็นผู้ชนะ และจะสามารถขออะไรก็ได้อย่างหนึ่ง
ระหว่างที่เล่นเกมนี้เองที่Lauraพบว่าเอกสารของSimónนั้นหายไป และกล่าวโทษเขาว่าเป็นคนเอาไปซ่อน
Simónโกรธ เขากล่าวปฏิเสธ และบอกLauraว่าTomásบอกเขาแล้วว่าLauraไม่ใช่แม่ที่แท้จริงของเขา และเรื่องที่เขากำลังจะตาย
(ขอเสริมนิดนึงว่าก่อนหน้านี้เจ้าหนูSimónเคยถามLauraว่า คนเราจะตายเมื่อไหร่เหรอ? คนเราโตขึ้นแล้วต้องตายเหรอ?)

หลังจากนั้น ในงานเลี้ยงเปิดสถานเลี้ยงเด็ก SimónพยายามจะพาLauraไปที่"Tomás' little house"
ซึ่งLauraก็ปฏิเสธและดุว่าSimónจนทั้งคู่ทะเลาะกัน และLauraก็ขังSimónไว้ในห้อง
เมื่อเวลาผ่านไปได้สักพักหนึ่ง Lauraต้องการคืนดีกับSimón จึงไปหาเขาที่ห้องแต่ปรากฎว่าSimónหายตัวไปแล้ว
LauraตามหาSimónยกใหญ่ จนพบกับ เด็กชายสวมหน้ากากกระสอบที่ปักชื่อว่าTomás เด็กคนนั้นรุกไล่เธอจนติดอยู่ในห้องน้ำ
หลังจากที่ออกมาได้แล้ว Lauraก็ออกตามหาSimónอย่างบ้าคลั่ง จนไปพบกับร่างเงาของTomásตรงถ้ำมืด ที่เธอเคยพาSimónไปเล่นนั่นเอง
แต่ไม่ทันที่เธอจะวิ่งไปถึงถ้ำนั้นได้(ตอนนั้นน้ำทะเลก็ขึ้นมาจนท่วมปากถ้ำแล้วน่ะนะ) ก็สะดุดล้มบาดเจ็บเสียก่อน จนสามีเธอต้องมาหยุดไว้ และพาเธอไปที่ศูนย์อนามัย

Pilar (Mabel Rivera)ตำรวจนักจิตวิทยาบอกกับlauraว่าพวกเขาไม่พบชื่อของBenignaในรายชื่อนักสังคมสงเคราะห์
และตั้งข้อสันนิษฐานว่า Benignaอาจจะเป็นคนลักพาตัวSimónไป

หกเดือนต่อมาในระหว่างที่LauraและCarlosอยู่ที่เมืองทางเหนือที่มีหิมะตกอยู่นั่นเอง ที่LauraบังเอิญพบBenignaกำลังเข็นรถเข็นเด็กข้ามถนนอยู่
Lauraตะโกนเรียกเธอ จนBenignaหันกลับมา  แต่ทันใดนั้นเองที่Benignaถูกรถตู้ที่วิ่งมาชนจนเสียชีวิต
Lauraพบว่าในรถเข็นเด็กนั้นมันเพียงตุ๊กตาที่สวมหน้ากากกระสอบแบบเดียวกับของTomás

เมื่อได้หลักฐานมาแล้ว ตำรวจก็เข้าค้นบ้านของBenigna และพบหลักฐานว่าเธอเคยทำงานในสถานเลี้ยงเด็กแห่งนั้น เมื่อนานมาแล้ว
และเธอก็มีลูกชายชื่อTomás ที่มีรูปร่างหน้าตาพิกลพิการมาแต่กำเนิด ทำให้เขาต้องใส่หน้ากากกระสอบเอาไว้ และถูกแยกจากเด็กคนอื่นตลอดมา

และLauraก็พบว่า หลังจากที่เธอได้ครอบครัวอุปถัมภ์รับไปเลี้ยงไม่นานนัก เด็กๆคนอื่นอยากรู้อยากเห็นจึงเอาหน้ากากของTomásไปซ่อน ระหว่างที่เล่นกันในถ้ำมืด
และTomásก็ไม่ออกมาจากที่แห่งนั้นอีกเลย จนกระทั่งรุ่งเช้าจึงมีคนไปพบร่างของเขาจมน้ำตายอยู่ในถ้ำนั้นเอง


เมื่อทราบดังนี้ Lauraจึงไปขอให้คนทรงชื่อAurora (Geraldine Chaplin)ให้ช่วยตามหาลูกชายของเธอ
Auroraบอกว่ามีบางอย่างเกิดขึ้นกับเด็กๆที่เหลือ และเด็กทั้ง5คนก็ตายไป
(ในฉากนี้เหมือนกับAuroraจะเห็นเด็กๆทั้ง5คนร้องไห้อย่างทรมานอยู่ในห้องนอนค่ะ --เป็นฉากที่เราประทับใจฉากนึงเลยทีเดียว(อ่าว อีนี่- -*) แต่น่าเสียดายที่ไม่ได้เห็นฉากนั้นแฮะ มันมีแต่เสียงอะ)
ก่อนจากไป AuroraบอกกับLauraว่า การจะเห็นวิญญาณได้นั้น เราต้อง"เชื่อว่าวิญญาณมีจริง"และต้อง"เข้าใกล้ความตาย"ซะก่อน(แปลว่าที่Simónมองเห็นเด็กคนอื่นก็เพราะ เขาเป็นโรคนั่นเองค่ะ)

หลังจากนั้นLauraก็หาเงื่อนงำอื่นต่อไป จนพบเศษกระดูกของเด็กทั้ง5คนถูกซ่อนอยู่ในห้องเก็บของ (แปลว่าที่Benignaมาค้นก็เพื่อทำลายหลักฐาน)และพบว่า Benignaเองที่เป็นคนสังหารหมู่เด็กๆทั้ง5คนเพื่อแก้แค้นให้แก่ลูกชายของเธอ

เมื่อพบดังนั้นแล้ว LauraจึงบอกCarlosให้ปล่อยเธออยู่คนเดียวที่สถานเลี้ยงเด็กนั้นสักพัก
Lauraกินยา(ไม่รู้ยาอะไร ) จนกระทั่งเธอเริ่ม"เข้าใกล้ความตาย"
เธอจึงเห็นวิญญาณของเด็กๆทั้ง5คน(ฉากนี้หลอนมากๆฮ่ะ =_=') ซึ่งพวกเขาก็นำเธอไปยังห้องใต้ดิน
และได้พบกับ "Tomás' little house"ที่Simónเคยบอกว่าจะพาเธอไป

และที่นั่นเองที่เธอ
ได้พบกับSimónอีกครั้ง เธอดีใจมากและตรงเข้ากอดเขาเอาไว้
ระหว่างที่เธอกำลังจะพาเขาออกไปจากห้องนั้นเองที่เธอเริ่มจะได้ยินเสียงเด็กๆคนอื่นอีกครั้ง
เธอจึงกล่าวกับตัวเอง(และSimón) ประมาณว่า"พวกเขาไม่มีจริง"
และแล้ว ใ
นอ้อมกอดของเธอก็ค่อยๆว่างเปล่า..... ร่างของSimónหายไปแล้ว
Lauraตกใจ และมองหาเขารอบๆ จนได้พบกับร่างไร้วิญญาณของSimónนอนอยู่โดยสวมหน้่ากากกระสอบอยู่ด้วย แปลว่าเด็กที่เข้ามาทำร้ายเธอตอนต้นเรื่องคือ
Simónนั่นเอง (เข้าใจว่าเป็นTomás มาตลอดเลยนะนี่...)
เธอจึงรู้ทันทีว่าSimónติดอยู่ที่นี่จนตาย  <<< ขอแก้นิดนึงค่ะ ดูเหมือนว่าน้องเขาจะตกบันไดห้องเก็บของตอนที่Lauraทุบประตูตอนดึกๆน่ะค่ะ แล้่วมันมีเสียงดังตุ้บๆๆๆ นั่นคือเสียงตอนที่Simónตกบันได
ตายคาที่ค่ะ [ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ http://www.pantip.com/cafe/chalermthai/topic/A7869814/A7869814.html ]


Lauraอุ้มร่างของSimónไปที่ห้องนอนเด็ก และเธอก็กลืนยาทั้งหมดเข้าไป และภาวนาว่าจะขออยู่กับเขา
ทันใดนั้น ร่างของSimónก็ค่อยๆมีชีวิตขึ้นมา พร้อมๆกับเด็กๆที่เหลือ รวมถึงTomásด้วย(โผล่มาคราวนี้ น่าอุ้มกลับบ้านมากๆ....)

ทั้งหมดมาล้อมวงรอบตัวLauraและเธอก็อยู่กับเด็กเหล่านั้นตลอดไป.....

.....จบ เป็นการจบที่แนวมากๆ 555+

 

 

 

ความประทับใจ

 

เรื่องประทับใจที่1 - ฉากตอนเปิดเรื่องเป็นฉากตอนที่Lauraยังเป็นเด็กอยู่ในสถานเลี้ยงเด็ก และกำลังเล่นเกมกับเพื่อนๆอยู่ (เล่นโดย มีเด็กคนนึงยืนอยู่กับที่ หันหน้าเข้าข้างฝา เคาะ3ทีพูดประมาณ " 1..2..3..Knock on the wall "เด็กคนอื่นๆก็จะค่อยเดินใกล้เข้ามา ถ้ายังไม่ถึง เด็กคนนั้นก็ต้องเคาะต่อไป จนกระทั้งมีเด็กอีกคนแตะตัวได้ แล้วจึงวิ่งไล่จับให้คนอื่นมาเคาะแทนค่ะ ถ้ามีอะไรผิดพลาดก็ขอโทษด้วย)

ซึ่งการเล่นนี้เองที่Lauraนำมาใช้เรียกเพื่อนๆของเธอตอนท้ายเรื่อง (หลอนมาก...

และที่เราประทับใจก็ เพราะ รู้สึกเหมือนเธอกำลังกลับเข้าสู่การเลนวัยเด็กอีกครั้งเลยล่ะค่ะ

 

เรื่องประทับใจที่2 - เราชอบตรงที่หนังเรื่องนี้เอานิทานPeter Panมาประกอบค่ะ

ในเนื้อเรื่องSimónถามLauraว่า "Wendyโตขึ้นแล้วก็ตายเหรอ?" 

"Peter Pan อยู่ในNeverland จึงไม่โตเหรอ?"

ซึ่งดูเหมือนว่าตัวLauraเองก็ได้ฟังเรื่้องนี้ตอนสมัยยังอยู่ที่สถานเลี้ยงเด็กด้วยละมั้ง?

 แต่ที่เราประทับใจก็ตอนท้ายเรื่อง ตอนที่Lauraตัดสินใจจะอยู่กับ Simón และเด็กๆคนอื่นนั้นมีเด็กคนหนึ่งพูดว่า

"นี่Lauraจริงๆด้วย"

"เธอโตขึ้นเหมือนWendy ในPeter Panจริงๆด้วย"

อ่าาาาาา น้ำตาจะไหลTwT   เด็กพวกนั้นต้องตายตั้งแต่เด็ก ร่างวิญญาณก็เคยคงอยู่ในสภาพนั้นตลอดไปเหมือนที่Neverland ก็เลยเห็นLauraที่เติบโตขึ้นเป็นเหมือนWendyในนิทานนั่นเอง

 

เรื่องประทับใจที่3 - หลังจากที่Simónหายไปสักพัก เมื่อสภาพจิตใจของLauraตกต่ำมากๆเข้า Carlosได้ให้เครื่องรางแก่Lauraเอาไว้ และบอกว่า ให้เอามาคืนเมื่อหาSimónพบ

 และในตอนจบเรื่องนั้นเอง ฉากที่Carlos เข้ามาในสถานเลี้ยงเด็กและพบกับเครื่องรางชิ้นนั้น.......

เหมือนกับว่า LauraมาบอกกับCarlos ว่า"ฉันเจอSimónแล้วนะ" ยังไงยังงั้นเลยล่ะค่ะ

 

เรื่องประทับใจที่4 -  สปิริตความเป็นแม่ของLauraแรงกล้ามากๆ

 

เรื่องประทับใจที่5 -เราชอบที่ผีเด็กเรื่องนี้ไม่โผล่มาหลอกแบบไม่มีเหตุผลเหมือนหนังผีหลายๆเรื่อง(โดยเฉพาะโซนเอเชีย) และผีเรื่องนี้ก็อยู่ในสภาพน่ารักน่าฟัด ไม่มีเลือดย้อย น้ำเหลืองเยิ้ม น่าขยะแขยงอะ

ซึ่ง ถ้าเข้าใจเรื่องทั้งหมดแล้ว เราจะเห็นว่าผีเด็กโผล่มาเพราะมีวัตถุประสงค์เสมอ

 

 

อ่าาาา จบละ ทำไมentryนี้มันยาวยังงี้เนี่ย- -*

 เจอกันentryหน้าจ้า

 

หาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ :

http://en.wikipedia.org/wiki/The_Orphanage_(film)

 

 

edit @ 21 Jun 2009 12:39:11 by Gale

Comment

Comment:

Tweet

#6 By p (125.25.172.244) on 2011-09-12 10:19

เด๋วจะไปตามหามาดูค่ะ แต่เรายังไม่อ่านสปอยล์นะ

#5 By Nicky on 2011-05-04 20:32

ต้องมานั่งไฮไลต์อ่านอีกทีโหยสุดๆ555555555555555555555555555555555555555555555555555 แต่ชอบนะลึกลับขนลุกดีดีดีดี

#4 By jikaboo-x on 2011-04-05 19:32

เป็นหนังที่ดูแล้วโคตรเหนื่อยเลยจ้ะ
ในความรู้สึก แบบ มืงงง พอเหอะ กูจะไม่ไหวแล้ววว อย่าบิ้วกูมากกกกกก ฮืออออออออ
เป็นความรู้สึกจากใจ...ทั้งขณะชม และหลังชม
สุดๆ!


*พระคุ้มครอง
ขนาดอ่านยังสนุกเลย
แปลได้เมพมากมายนะชินโร หุหุ

//เจ๊กะทะ

#2 By # K-W-A-N-G # on 2009-12-01 19:09

"............ไม่เข้าใจว่าถ้าหนังผีที่ฉายเมืองไทยมันไม่มีคำว่า"ผี"อยู่ในชื่อเรื่องแล้วจะเป็นอะไรมากมั้ย?"

ก็ยังดีกว่า ยัยตัวร้ายสายพันธุ์อมตะ แหละ(หรือจะเอาเสื่อมกว่านี้ เคยได้ยินไหม ยัยตัวร้ายกับโต๊ะผี)

#1 By Reno (124.120.191.93) on 2009-06-11 18:56