EGoT

EGoT EP2: Turn 2 Sub-Event 05: Tales of Yore

posted on 20 May 2014 19:39 by gale in EGoT
 
 
เอนทรีย์นี้เป็นส่วนหนึ่งของ
 
 
 
 
 
-----------------
 
 
 
 
 
....
 
 
.
 
 
 
 
 
 
ปล. เนื้อหารูปแรกไม่ได้เกี่ยวกับรูป2เล้ย
ปลล. โคตรจูนิเบียว
ปลลล. ที่เซนเซอร์คือไม่ใช่อะไร นึกไม่ออก(.........)
 
 
 
 
 
 
 

[EGoT] EP1: Turn 12: A Joyous Requiem

posted on 15 Mar 2014 20:15 by gale in EGoT
 
 
เอนทรีย์นี้เป็นส่วนหนึ่งของ
 
 
 
 
 
-----------------
 
 
 
เหมือนได้ยินคนเขาพูดกันแว่วๆ เกี่ยวกับเรื่องที่แผ่นดินเวสเทอรอส
 
หืม?
 
 
อะไรนะ
 
 
ราชาตายแล้ว...
 
 
 
อืม......
 
 
 
 
 
 
......
 
 
ไม่เห็นเกี่ยวกับข้าสักนิด
 
 
เพราะฉะนั้นช่างมันเถอะ
 
 
 
 
ขอบคุณพี่ป่าน @ltanatosl สำหรับภาพประกอบข่าาาาาาาาาาาา ขอบคุณมาก น่ารักมาก โฮว
 
//กอดสหายซี
 
 
 

 
 
 
 

 

edit @ 15 Mar 2014 23:36:24 by gale

[EGoT]EP1: Sub-Event: 03 Devil Take the Hindmost

posted on 16 Feb 2014 20:36 by gale in EGoT
 
 
เอนทรีย์นี้เป็นส่วนหนึ่งของ
 
 
 
 
-----------------------------------
 
 
 
 
 
 
 
12 ขวบละ
 
 
ทำไมยังไม่ตายซักทีวะ แงงงงงงงงงงงงงงงงงง5555555555555555555
 
 
ว่าแต่มันตอบโจทย์ไหม....
 
 
 
 

edit @ 17 Feb 2014 23:00:52 by gale

[EGoT]Recompense

posted on 25 Sep 2013 17:38 by gale in EGoT
 
 
เอนทรีย์นี้เป็นส่วนหนึ่งของ
 
 
 
-----------------------
 


 
          ฟ้าสว่างแล้ว
         ชายร่างใหญ่เงยหน้าขึ้นจากโต๊ะที่ตนทำความสะอาดอยู่ สายตาต้องกับแสงแรกของวันที่ลอดผ่านช่องหน้าต่างที่เปิดแง้มไว้จนตาพร่า ต้องวางผ้าที่ใช้เช็ดโต๊ะแล้วยกแขนซ้ายซึ่งมีเพียงข้างเดียวของตนขึ้นป้องตาให้พ้นจากแสงแดด
 
         ต้องรีบออกไปซื้อของที่ต้องใช้ก่อนตลาดเช้าจะวาย
 
         เขารีบวางมือจากสิ่งที่ทำอยู่ แล้วเปิดประตูออกนอกอาคาร กึ่งเดินกึ่งวิ่งไปตามท้องถนนที่เริ่มมีคนออกมาเดินบ้างแล้ว แม้จะยังเป็นเวลาเช้าตรู่ ยังมีหมอกจางๆ ลอยเอื่อยอยู่บนอากาศ แต่อากาศของเมืองหลวงก็ยังนับว่าอบอุ่น หากเทียบกับที่ที่เขาเคยอยู่ อย่างน้อยก็มีแสงแดดสดใส ไม่เหน็บหนาวเย็นชาเหมือนอย่างบ้านเกิด
   
         โชคดีที่แม้จะเริ่มสายแล้วแต่พ่อค้าแม่ค้าที่ตลาดเช้ายังไม่หนีไปไหนซะก่อน เขาจับจ่ายซื้อของโดยไว ด้วยต้องรีบกลับไปจัดการร้านที่เพิ่งเปิดได้ไม่นานของตนต่อ
 
         ชายแขนเดียวถือย่ามบรรจุบรรดาของที่ต้องใช้เดินผ่านตรอกซอกซอยมากมาย และเมื่อกำลังจะผ่านซอกหนึ่งในบรรดากิ่งแตกแยกย่อยมากมายของถนนเส้นยาวที่พาดกลางย่านชุมชน เขาก็ชะลอฝีเท้าลง กวาดสายตามองหาบางอย่าง
   
         อยู่ไหนนะ...
 
         และแล้วเมื่อกำลังจะเดินผ่านตรอกแคบหนึ่ง เขาก็พบสิ่งที่กำลังมองหา
         “สิ่ง” หรือถ้าจะเรียกให้ถูก “เด็ก” คนนั้นนั่งขดตัวอยู่ในมุมมืด ร่างของเขากลมกลืนไปกับกับข้าวของและขยะต่างๆ ที่ถูกทิ้งกองระเกะระกะอยู่ภายในนั้น เป็นเด็กชายนั่งนิ่ง เงาของสิ่งก่อสร้างบดบังใบหน้าของเขาจนไม่ทราบว่ากำลังแสดงสีหน้าแบบใดอยู่ ถึงกระนั้นชายแขนเดียวก็ยิ้ม ถึงจะไม่รู้ว่าอีกฝ่ายกำลังมองตนอยู่หรือไม่ หัวที่ขยับเพียงนิดเดียวเมื่อรู้สึกว่ามีคนมองมาทางตนเป็นเพียงสิ่งเดียวที่บอกได้ว่าเด็กคนนั้นยังมีลมหายใจ และไม่ได้หลับอยู่ เมื่อเห็นดังนั้น เขาจึงปลดย่ามที่สะพายอยู่ลง ใช้แขนที่มีอยู่เพียงข้างเดียวล้วงหาของข้างใน สักพักก็หยิบขนมปังก้อนเล็กๆ ออกมา
          “ข้าทำขนมปังตกไว้ ถึงจะไม่มาก แต่คิดว่าคงพอให้คนตัวเล็กๆ อิ่มท้องได้กระมัง” เขากล่าวลอยๆ กับอากาศ วางขนมปังก้อนนั้นไว้บนเศษกระดาษที่ฉีกออกมาแล้วเลื่อนเข้าไปในซอกตึก ลอบมองเงาร่างนั้นเล็กน้อย ….ยังคงนิ่งเฉย เขายิ้มให้อีกครั้ง ครั้นแล้วก็เดินจากไป
 
         ชายวัยกลางคนเป็นคนใจอ่อน โดยเฉพาะกับเด็กๆ เมื่อโดนเด็กขอทานมาขออาหาร เขาจะให้ แม้ว่าตัวเองจะไม่ได้ร่ำรวยขนาดจะซื้อของไม่จำเป็นได้มากมายก็ตาม กรณีเด็กคนนี้ออกจะต่างออกไป เด็กชายไม่ได้เข้ามาอ้อนวอนขออาหารเหมือนกับขอทานคนอื่นๆ แต่เขาเห็นเป็นเด็กท่าทางเซื่องซึมเชื่องช้าก็นึกเอาว่าคงจะไม่สบาย ถึงไม่ได้เข้ามาขอเขาก็ยินดีแบ่งปันให้
 
         วันต่อมาเขามาดูที่ตรอกเดิมอีกครั้ง พบเด็กคนเดิม นั่งอยู่ที่เดิม แทบเรียกได้ว่าเด็กชายไม่ได้ขยับลุกจากตรงนั้นตั้งแต่เมื่อวาน...และวันก่อนหน้านั้น
 
         แต่ขนมปังหายไปแล้ว..... ก็ยังดี เขาจัดแจงวางขนมปังก้อนใหม่ให้เหมือนอย่างเมื่อวานแล้วจึงกลับร้านไปดูแลกิจการของตนต่อ
 
         ร้านของเขาเพิ่งเปิดได้ไม่ถึงสัปดาห์ กิจการยังไม่ค่อยคึกคักมากนัก อาจเป็นเพราะร้านอยู่ในมุมสงบของเมือง ไม่ค่อยมีใครเดินผ่าน วันหนึ่งๆ มีคนเข้าร้านเพียงไม่กี่โต๊ะ และห้องพักโรงแรมก็ยังไม่ค่อยมีคนเข้าใช้ ยังหากำไรไม่ค่อยได้ แต่ก็พออยู่ได้ ไม่ถึงกับขาดทุน ...เขาเองก็มีความสุขดี
 
         วันต่อมาเขาไปเมียงมองที่เดิม เด็กหายไปแล้ว หลังจากนั่งนิ่งอยู่ที่เดิมมาตลอดสามวันจนเขาชักเป็นห่วง
 
         เขาเห็นอย่างนั้นก็โล่งใจ บางทีเด็กคนนั้นอาจจะไปขอทานที่อื่น แต่ก็ดีแล้ว ขอทานมีอยู่มากมายในเมืองหลวง คนเหล่านั้นมีชีวิตที่ยากลำบาก บ้างก็เป็นโรคตาย บ้างก็อดตาย แต่หากเป็นเด็ก อาจจะมีผู้ใจบุญนึกสงสารให้ความช่วยเหลือ บางที หากเด็กคนนั้นมีความสามารถและมีโชคพอ... อาจจะได้เป็นช่างฝีมือ มีชีวิตที่ดีในภายภาคหน้า
 
         เด็กคนดังกล่าวหายตัวไปกว่าสัปดาห์...
 
         ระหว่างนั้นทางเขาก็เกิดเรื่องขึ้นมากมาย กิจการร้านก็ค่อยๆ ปรับปรุงให้เข้าที่เข้าทางไปทีละนิด ลูกค้าที่ตอนแรกไม่ค่อยจะมีก็บอกกันปากต่อปากจนจำนวนคนในร้านมากขึ้นจนเห็นได้ชัด เขาเริ่มทำงานไม่ทันตามที่ลูกค้าต้องการ และเหนื่อยแทบจะสลบไปก่อนหัวจะถึงหมอนทุกคืน ทั้งยังต้องตื่นเช้ารีบไปซื้อของมาเตรียมร้านทุกวันอีก
 
         เขาเหนื่อยเกินกว่าจะมาพะวงคิดเรื่องเล็กๆ น้อยๆ
 
         เรื่องของเด็กชายในซอกตึกนั้นก็เช่นกัน
 
         วันหนึ่ง เขาตื่นเช้ากว่าปกติ รู้สึกว่าจะต้องออกไปซื้อของที่ตลาดเช้าไวกว่าทุกวันโดยไม่ทราบสาเหตุ แม่ค้าที่คุ้นหน้าเขาแล้วก็กล่าวทัก เขาตอบไปขำๆ ว่าวันนี้คงเป็นวันที่ยิ่งใหญ่กระมัง ทวยเทพจึงดลบันดาลให้เขาขยันกว่าทุกที ขณะที่ชายแขนเดียวกำลังเดินทางกลับก็รู้สึกเหมือนมีใครมายืนอยู่ด้านหลัง เขาเหลียวกลับไปมอง และพบร่างที่คุ้นตา
 
         เด็กคนที่หายไปหลายวันจนแทบจะออกจากความทรงจำของเขาไปแล้วนั้นยืนถัดออกไปด้านหลังเพียงนิดเดียว... แต่ไกลพอที่ระยะแขนของเขาจะเอื้อมไปไม่ถึง
 
         “เจ้านั่นเอง” เขาทักทายแล้วยิ้มให้อย่างที่เคย ออกจะดีใจนิดหน่อยที่เห็นเด็กยังมีชีวิตอยู่
 
         ไม่มีคำตอบ
 
 
         “ข้ามีขนมปังมาให้...” เขาชะงักไปนิดหนึ่ง “อ้อ... เกือบลืมไป... เจ้าไม่ชอบนี่นะ เอาเป็นว่า ข้าบังเอิญซื้อขนมปังมาเยอะเกินไป จนไม่รู้จะเอาไปไว้ที่ไหน ข้าโยนมันทิ้ง แล้วบังเอิญว่ามันตกลงไปที่เจ้าพอดี ...อย่างนี้ดีไหม” ชายวัยกลางคนพูดกลั้วขำ นึกถึงวันแรกที่ตนยื่นอาหารให้แล้วโดนคนตรงหน้าตอบรับไมตรีจิตโดยการหันหลังหนีไปเลย
 
 
 
         ยังคงไม่มีคำตอบ
 
 
         พอมาถึงตรงนี้ชายแขนเดียวก็ไม่รู้จะทำอย่างไรดีเหมือนกัน
 
         “ข้าชื่อ เบอร์นาร์ด เจ้าล่ะ?” เขาถาม ย่อตัวลงให้เสมอกับระดับสายตาอีกฝ่าย ฉีกยิ้มกว้างและคิดว่าดูใจดีที่สุด(แม้ภายหลังจะโดนบอกว่าเหมือนหมีแยกเขี้ยวก็ตาม) ...ลองพยายามอีกที
 
         เด็กชายเม้มปาก เงยหน้าขึ้นนิดหนึ่ง เผยให้เห็นแววตาบางส่วนจากที่โดนเส้นผมมอมแมมบดบังอยู่เสียเกือบมิด เมื่อเบอร์นาร์ดสบเข้ากับแววตานั้นเข้าก็สะดุ้ง
 
         แววตานั้นไม่ได้เป็นแววตาที่น่ากลัว หรืออาฆาตมาดร้าย ทั้งยังไม่ใช้แววตาของคนหิวโหยแต่อย่างใด ในทางกลับกัน แววตานั้นไม่สะท้อนอารมณ์ใดเลย ชายวัยกลางคนรู้จักมันดี ...เขาเองก็เคยมีตาแบบนั้นเช่นเดียวกัน
   
         ...เบอร์นาร์ดเป็นคนแดนเหนือ เคยมีชีวิตที่เรียบง่ายแต่เพียบพร้อมในตัวมันเองจนหลายคนอิจฉา ถึงงานที่เขาเลือกทำจะเสี่ยงอยู่มาก แต่หลังจากทำได้สักพักก็เริ่มชิน และคิดเอาเ